วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อย วัย 3 ปี 3 เดือน



ฉลาดเรียนรู้

  • ท่องจำเลข 1-10
  • ท่องจำ A-Z , ก-ฮ เป็นเพลง
  • นับจำนวน 1-3
  • เข้าใจความหมายของคำว่า บน ล่าง หน้า หลัง
  • ชอบเล่นบทบาทสมมติ

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • ขึ้นลงบันไดได้เอง
  • กระโดดได้ไกล 2-3 ก้าว
  • ก้มตัวลงใช้มือแตะเท้าได้โดยไม่ต้องงอเข่า
  • วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้
  • ใช้กรรไกรตัดกระดาษได้คล่อง

ฉลาดสื่อสาร

  • พูดเป็นประโยคตั้งแต่ 3-5 คำขึ้นไป
  • ชอบใช้คำถาม อะไร อย่างไร ทำไม เมื่อไร
  • ใช้คำถูกหลักไวยากรณ์ เช่น มีประธาน กริยา กรรม

ฉลาดด้านอารมณ์

  • ชอบแสดงออกเพื่อให้คนอื่นสนใจ
  • ช่วยเหลือตัวเองได้มาก เช่น บอกได้เมื่อต้องการเข้าห้องน้ำ
  • ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่งอแง
  • แสดงความต้องการว่าอยากเล่นกับเพื่อน

คำแนะนำสำหรับคุณแม่

หากคุณแม่ตรวจสอบทักษะแต่ละด้านของลูกแล้วพบว่าลูกสามารถทำสิ่งต่างๆ ข้างต้นได้มากกว่าไม่ได้  แสดงว่ามีทักษะและพัฒนาการที่ดี  อย่างไรก็ตาม หากลูกยังทำข้อใดไม่ได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าทักษะด้านนั้นๆ ของลูกมีปัญหาเสมอไป ลูกต้องการการส่งเสริมเรื่องที่ทำไม่ได้จากคุณพ่อคุณแม่เพิ่มอีกสัก คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลได้จากหมวด “เทคนิคเสริมสร้างพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้าน”

ตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อย วัย 3 ปี 2 เดือน


ฉลาดเรียนรู้

  • รู้จักอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น เช่น ข้อศอก หัวเข่า
  • ท่องจำเลข 1-10
  • จดจำนิทานที่ฟังประจำได้
  • อธิภายภาพต่างๆ ในหนังสือได้

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • เดินขึ้นลงบันไดได้เอง
  • วิ่งได้เร็ว
  • ขี่จักรยานสามล้อได้คล่อง
  • จับดินสอได้ดี

ฉลาดสื่อสาร

  • พูดประโยคยาวๆ ตั้งแต่ 3-5 คำขึ้นไป
  • ชอบใช้คำถาม อะไร อย่างไร ทำไม เมื่อไร
  • สนุกกับการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

ฉลาดด้านอารมณ์

  • แสดงความเป็นมิตรกับทุกคน
  • อยากเล่นกับเพื่อน
  • ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น
  • รับรู้อารมณ์คนอื่นมากขึ้น

คำแนะนำสำหรับคุณแม่

หากคุณแม่ตรวจสอบทักษะแต่ละด้านของลูกแล้วพบว่าลูกสามารถทำสิ่งต่างๆ ข้างต้นได้มากกว่าไม่ได้  แสดงว่ามีทักษะและพัฒนาการที่ดี  อย่างไรก็ตาม หากลูกยังทำข้อใดไม่ได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าทักษะด้านนั้นๆ ของลูกมีปัญหาเสมอไป ลูกต้องการการส่งเสริมเรื่องที่ทำไม่ได้จากคุณพ่อคุณแม่เพิ่มอีกสัก คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลได้จากหมวด “เทคนิคเสริมสร้างพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้าน”

ตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อย วัย 3 ปี 1 เดือน


ฉลาดเรียนรู้

  • มีสมาธิกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆได้นานขึ้น  (ราว 5-10 นาที)
  • แสดงความสนใจต่อรอบตัวด้วยการตั้งคำถาม
  • รู้และบอกสีได้อย่างน้อย 2 สี

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • เดินขึ้นลงบันไดได้เอง
  • เดินถอยหลัง 2-3 ก้าว
  • กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าได้ 1-2 ก้าว
  • โยนรับลูกบอลได้แม่นยำขึ้น

ฉลาดสื่อสาร

  • เรียกชื่อสิ่งของที่คุ้นเคย เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ของเล่น หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ช้อน ฯลฯ
  • สนใจฟังนิทาน
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ตั้งแต่ 3-5 คำขึ้นไป

ฉลาดด้านอารมณ์

  • แสดงความรักต่อแม่อย่างเปิดเผย
  • อยากเล่นกับเพื่อน

คำแนะนำสำหรับคุณแม่

หากคุณแม่ตรวจสอบทักษะแต่ละด้านของลูกแล้วพบว่าลูกสามารถทำสิ่งต่างๆ ข้างต้นได้มากกว่าไม่ได้  แสดงว่ามีทักษะและพัฒนาการที่ดี  อย่างไรก็ตาม หากลูกยังทำข้อใดไม่ได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าทักษะด้านนั้นๆ ของลูกมีปัญหาเสมอไป ลูกต้องการการส่งเสริมเรื่องที่ทำไม่ได้จากคุณพ่อคุณแม่เพิ่มอีกสัก คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลได้จากหมวด “เทคนิคเสริมสร้างพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้าน”

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อย วัย 3 ปี 1 เดือน

ตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อย วัย 3 ปี 1 เดือน

ฉลาดเรียนรู้

  • มีสมาธิกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆได้นานขึ้น  (ราว 5-10 นาที)
  • แสดงความสนใจต่อรอบตัวด้วยการตั้งคำถาม
  • รู้และบอกสีได้อย่างน้อย 2 สี

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • เดินขึ้นลงบันไดได้เอง
  • เดินถอยหลัง 2-3 ก้าว
  • กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าได้ 1-2 ก้าว
  • โยนรับลูกบอลได้แม่นยำขึ้น

ฉลาดสื่อสาร

  • เรียกชื่อสิ่งของที่คุ้นเคย เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ของเล่น หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ ช้อน ฯลฯ
  • สนใจฟังนิทาน
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ตั้งแต่ 3-5 คำขึ้นไป

ฉลาดด้านอารมณ์

  • แสดงความรักต่อแม่อย่างเปิดเผย
  • อยากเล่นกับเพื่อน

คำแนะนำสำหรับคุณแม่

หากคุณแม่ตรวจสอบทักษะแต่ละด้านของลูกแล้วพบว่าลูกสามารถทำสิ่งต่างๆ ข้างต้นได้มากกว่าไม่ได้  แสดงว่ามีทักษะและพัฒนาการที่ดี  อย่างไรก็ตาม หากลูกยังทำข้อใดไม่ได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าทักษะด้านนั้นๆ ของลูกมีปัญหาเสมอไป ลูกต้องการการส่งเสริมเรื่องที่ทำไม่ได้จากคุณพ่อคุณแม่เพิ่มอีกสัก คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลได้จากหมวด “เทคนิคเสริมสร้างพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้าน”

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 8 เดือน


ฉลาดเรียนรู้

                       ชวนหนูเรียนรู้กลิ่น              

ลูกวัยนี้สามารถจำแนกกลิ่นของสิ่งใกล้ตัวที่เขาใช้หรือเห็นในชีวิตประจำวันได้ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นก็ตาม ควรหาโอกาสให้ลูกได้มีประสบการณ์ในการดมกลิ่นใหม่ๆ เช่น กลิ่นดอกไม้หลากหลายชนิด กลิ่นไอดินหลังฝนตก กลิ่นอาหารต่างๆ
ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านความคิดสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กๆ นั้น เขาต้องมีการพัฒนาประสาทสัมผัสการรับรู้ต่างๆที่ดีด้วยเพื่อประโยชน์ในการรับรู้ข้อมูลที่หลากหลาย ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน ความรู้สึกสัมผัส การรับรส และการดมกลิ่น  ประสาทสัมผัสเหล่านี้มีติดตัวเด็กมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่และค่อยๆ มีการพัฒนาอย่างเชื่อมโยง นำไปสู่การจำ การเรียนรู้ การคิดและเข้าใจภายหลัง คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้กลิ่นต่างๆ มาแนะนำให้ลูกรู้จัก จากนั้นก็เล่นเกมปิดตาดมกลิ่น แล้วทายว่าเป็นกลิ่นของอะไร  ซึ่งจะช่วยพัฒนาสมองลูกสู่อัจฉริยะรอบด้านได้ค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

เต้นฮูลาฮูป เคลื่อนไหวสนุกและแข็งแรง

การเต้นฮูลาฮูป ให้ทั้งความสนุกและยังมีประโยชน์ต่อมากมาย วิธีเล่นก็ง่ายดาย อุปกรณ์ที่ใช้ราคาไม่แพง คุณแม่สามารถเต้นฮูลาฮูปกับลูกได้ที่บ้าน  เริ่มต้นด้วยการเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เร้าใจ และชักชวนลูกมาเต้นด้วยกัน อาจมีการแข่งกันว่าใครทำห่วงฮูลาฮูปหล่นถึงพื้นก่อนคนนั้นเป็นคนแพ้ ถ้าจะให้สนุก ควรชักชวนคุณพ่อหรือสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านมาเต้นด้วย เพราะยิ่งเต้นหลายคนก็จะยิ่งสนุกมากขึ้นค่ะ
การเล่นฮูลาฮูปนั้น จะส่งผลให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันได้ดี กล้ามเนื้อได้ทำงานมากขึ้น ซึ่งทำให้มีการไหลเวียนเลือดเพิ่มมากขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยค่ะ  
กิจกรรมการเต้นฮูลาฮูปนี้ นอกจากจะทำให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกายพร้อมๆ กับเสียงจังหวะดนตรีที่สนุกสนานแล้ว การที่เขาต้องพยายามควบคุมและมุ่งมั่นไม่ให้ห่วงหล่นนั้น เป็นการฝึกสมาธิให้กับลูกได้อย่างดีอีกทางหนึ่งด้วย  และการเล่นฮูลาฮูปยังช่วยเพิ่มระดับการหมุนเวียนของเลือดไปสู่สมอง ทำให้ลูกรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

 บทบาทสมมติ พัฒนาภาษาและการสื่อสาร

บ่อยครั้งที่คุณแม่เห็นลูกน้อยนั่งพูดกับตุ๊กตา ทำท่าป้อนข้าวป้อนน้ำให้ หรือทำท่าเป็นคุณหมอตรวจคุณแม่  เหล่านี้คือการเล่นบทบาทสมมติของลูก ซึ่งเป็นการเล่นที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก เป็นการเล่นที่เด็กชอบมาก เพราะสนุกสนาน ทั้งยังได้เป็นผู้กำหนดบทบาทของตนเอง เหมือนเขาสามารถสร้างโลกจินตนาการของเขาเอง
ถ้าคุณแม่ส่งเสริมให้ลูกได้เล่นบทบาทสมมติอย่างเหมาะสมจะช่วยพัฒนาการของลูกได้มาก เพราะการเล่นบทบาทสมมุติ ทำให้เด็กสามารถเชื่อมโยงจินตนาการของเขาเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เด็กได้ทราบและเข้าใจถึงบทบาทที่หลากหลายของตนเองและผู้อื่นในสถานการณ์ที่แตกต่างไป และได้ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาที่เด็กอาจประสบในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญได้พัฒนาภาษาให้ลูก
การเล่นบทบาทสมมุติเป็นการเล่นที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสื่อสาร บางครั้งลูกอาจจะพูดคนเดียว แต่ก็เป็นการพูดกับเพื่อนในจินตนาการ หรืออาจจะมีตัวละครที่เล่นด้วยกัน ก็จะทำให้มีการสื่อสารกันทั้งคำพูดและท่าทาง ซึ่งพ่อแม่สามารถสอดแทรกคำศัพท์ให้ลูกได้ด้วย จะทำให้ลูกมีคลังคำศัพท์เพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้ามีท่าทางประกอบจะยิ่งทำให้เด็กเรียนรู้ทักษะทาภาษาและสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น

ฉลาดด้านอารมณ์                      

กล่อมลูกอารมณ์ดีด้วยดนตรีไพเราะ

            เด็กที่อารมณ์ดีจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดี และสามารถจำสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่า นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าเด็กที่มีอารมณ์ดีจะมองโลกในแง่ดี สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม และมีความมั่นใจเชื่อมั่นในตนเอง ดังนั้น การส่งเสริมให้ลูกมีอารมณ์ดีและอารมณ์มั่นคงสม่ำเสมอ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของคุณแม่ที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
เพลงที่เปิดให้ลูกฟังควรมีทั้งท่วงทำนองและเนื้อร้องที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเพลงไทย หรือเพลงภาษาอังกฤษ ควรเปิดใจลองหาเพลงภาษาอื่นๆ ให้ลูกฟังด้วยค่ะ นอกจากลูกจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละชาติจากการฟังเพลงแล้ว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเคลื่อนสมองให้เกิดการจัดเรียงตัว และเกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างที่เรารู้กันดี
            นอกจากเสียงดนตรีที่จะทำให้ลูกอารมณ์ดีและไม่เครียดได้ เสียงร้องของคุณแม่ ก็มีประโยชน์ต่อลูกน้อยซึ่งไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้น  เพราะเสียงเพลงจากคุณแม่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ อารมณ์ลูก ทำให้ลูกอารมณ์ดี และมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้นค่ะ  

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 7 เดือน


ฉลาดเรียนรู้                  

เล่นเงา...พัฒนาสมองและการเรียนรู้

            พูดถึง “เงา” เด็กทุกคนจะตื่นเต้นกับการเกิดเงา เงาเป็นช่างสิ่งมหัศจรรย์ซะจริงๆ  เรามาใช้ประโยชน์จากความตื่นเต้นของเด็กที่มีต่อเงา ให้เขาได้เรียนรู้กันดีกว่าค่ะ
            คุณแม่ลองชวนลูกเล่นสนุกกับเงาจากสิ่งใกล้ตัว เช่น ใช้ 2 มือของเราเอง สร้างเงารูปต่างๆ กัน หรือไม่ก็ประดิษฐ์รูปหุ่นต่างๆ นำมาสร้างเป็นเงา แล้วชวนลูกเข้าหาผนัง ส่องไฟฉายไปที่หุ่นนั้น แล้วชวนลูกสร้างเรื่องราวจากเงาของหุ่นที่ปรากฏบนผนัง ลูกจะเรียนรู้ได้ว่าเงาเกิดขึ้นได้อย่างไร และเขาจะเริ่มคิดอย่างสร้างสรรค์ว่าควรทำมือแบบไหน เพื่อจะให้ออกมาเป็นเงารูปร่างต่างๆ กัน           
            การชวนลูกแต่งเรื่องราวจากเงาที่เห็นนั้น จะช่วยพัฒนาสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ เปิดจินตนาการ พัฒนาภาษาให้ลูกได้อย่างที่เราคาดไม่ถึงว่าสิ่งใกล้ตัวอย่าง “เงา” จะให้ได้มากมายขนาดนั้น
            นอกจากนี้ เพื่อพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้าน ในตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอนบ่าย ตอนเย็น คุณแม่สามารถชวนลูกสังเกตเงาของตัวเองว่าในแต่ละช่วงของวัน เงามีความแตกต่างกันอย่างไร และชวนกันหาคำตอบว่าเพราะอะไร จะช่วยเสริมสร้างความฉลาดเรียนรู้ได้ยิ่งขึ้นค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

สนุกตามจังหวะ เพิ่มทักษะการเคลื่อนไหว

                        การที่คุณแม่ส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬานั้นเป็นเรื่องดี แม้ลูกจะยังเด็กไม่อาจเล่นกีฬาอย่างจริงจังได้ แต่ก็ทำให้เขาได้ออกกำลังกาย อาจเริ่มต้นด้วยการให้ลูกออกกำลังกายตามจังหวะเสียงเพลง อาจเป็นในช่วงเช้าของทุกวัน ลองหาเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน ฟังแล้วกระตุ้นให้คึกคัก แล้วอาจให้คุณพ่อเป็นคนนำคิดท่าการออกกำลังกายเป็นคนแรก  โดยทำท่าให้เข้ากับจังหวะเสียงดนตรีที่ได้ยิน คนที่เหลือก็ทำตาม จากนั้นก็สลับกันให้คุณแม่เป็นผู้นำท่าออกกำลังกายบ้าง และท้ายสุดลองให้เจ้าตัวเล็กเป็นผู้คิดท่า แม้ว่าจะเป็นท่าตลกๆ ก็ควรทำตามนะคะ เขาจะได้ภูมิใจกับสิ่งที่เขานำเสนอ
นอกจากความสนุกสนานในการคิดท่าทางต่างๆ แล้ว การออกกำลังกายแบบนี้ ยังเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ลูกรู้สึกรักในการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายตามมาอีกด้วย การฟังเพลงก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ และยังช่วยพัฒนาความคิด พัฒนาสมาธิ ความจดจ่อ เพราะลูกต้องคิดท่าทางให้เข้ากับจังหวะของดนตรี เพราะหากไม่จดจ่อ เขาก็จะไม่สามารถทำท่าให้เข้ากับจังหวะได้
เด็กส่วนใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาตั้งแต่เล็กๆ นั้น มักจะเป็นเด็กที่มีอารมณ์แจ่มใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี รู้จักผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด ไม่เก็บตัว สามารถเข้ากับคนรอบข้างได้ดีค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

เกมอะไรอยู่ในถุง...เพิ่มทักษะภาษาลูก

ชวนเล่นเกมฝึกทักษะด้านการสื่อสาร ท้าทายความจำด้านการสัมผัสของลูกกันค่ะ ด้วยอุปกรณ์ที่หาได้ในบ้าน คือ ถุงที่มีเชือกรูดปากถุง ผ้าเช็ดจาน และของเล่นที่ลูกโปรดปราน หรือผลไม้ต่างๆ จำนวน 3-5 ชิ้น
เริ่มต้นด้วยให้ลูกดูสิ่งของทีละชิ้น พร้อมทั้งบอกชื่อสิ่งของ จากนั้นปิดตาลูกแล้วเลือกของหนึ่งชิ้นใส่ในลูกสำรวจสิ่งของ ถ้าเขาไม่แน่ใจอาจจะเตือนความจำเกี่ยวกับสิ่งของ เช่นถามว่า “หนูคิดว่าใช่ลูกบอลหรือเปล่า” เมื่อลูกเดาถูกแล้ว เลือกสิ่งของชิ้นอื่นๆ และเล่นต่อไปจนลูกเดาสิ่งของได้ทั้งหมด
คุณแม่ควรเลือกสิ่งของที่มีรูปทรงและพื้นผิวต่างกัน โดยเฉพาะถ้าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขาด้วยล่ะก็ยิ่งจะทำเขาสนุกกับการเล่นครั้งนี้มากยิ่งขึ้น  ในครั้งแรกอาจเริ่มด้วยสิ่งของเพียง 3 ชิ้นก่อน แล้วจึงเพิ่มเป็น 5 ชิ้น ซึ่งควรเป็นของที่ลูกไม่คุ้นเคยด้วย ลูกจะได้เรียนร้สิ่งใหม่ๆ  กิจกรรมนี้จะทำให้ลูกได้ใช้ประสบการณ์การสัมผัส การสื่อสารด้วยคำพูดต่างๆ และได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ  เพราะคุณแม่จะต้องให้เขาพูดว่าสิ่งที่อยู่ในถุงนั้นคืออะไร ซึ่งจะทำให้ลูกรู้จักคิด และมีระบบความจำที่ดีขึ้นค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์                      

วาดรูป...วิธีระบายอารมณ์ของลูก

ศิลปะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กในทุกๆ ด้าน ช่วยบำบัดปัญหาต่างๆ และช่วยในการเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็กด้วย งานศิลปะง่ายๆ ที่ลูกน้อยสามารถทำได้ในวัยนี้ก็คือ การวาดรูป
การวาดรูปจะช่วยให้ลูกได้ระบายอารมณ์เครียด ความคับข้องใจลงไปในรูปภาพที่กำลังวาด ได้ระบายปัญหา ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นในใจผ่านออกมาทางงานศิลปะ ระบายอารมณ์ออกมาในหนทางที่สร้างสรรค์ ผ่านการวาดรูป ระบายสี จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ลดความขุ่นมัวในจิตใจ เข้าใจและรับรู้อารมณ์ต่างๆของตนเอง สามารถยับยั้งและควบคุมได้ดีขึ้น มีสมาธิ ลดความตึงเครียด และความวิตกกังวลลงได้ในที่สุด
เมื่อลูกได้ทำกิจกรรมศิลปะอยู่เสมอ จะช่วยให้เกิดความชำนาญ เกิดความคล่องในการคิดและมีจินตนาการในการแสดงออก การได้ระบายอารมณ์ ความรู้สึกของเด็กโดยการใช้นิ้วละเลงสีไปมา เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ของเด็ก นอกจากนั้น ยังทำให้เด็กได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นการฝึกนิสัยและทักษะทางสังคม ด้านอารมณ์ก็ช่วยสนองความต้องการการแสดงออก และทำให้เด็กมีอารมณ์มั่นคง มีความมั่นใจในตนเองค่ะ  

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 6 เดือน


ฉลาดเรียนรู้                  

สอนลูกเรียนรู้ ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง

            เด็กวัย 3 ขวบขึ้นไป มีพัฒนาการของการรับรู้มากขึ้น สามารถแยกแยะตำแหน่งหน้า-หลัง บน-ล่าง ใน-นอก ได้ ซึ่งเป็นความสามารถของสมองในด้านมิติสัมพันธ์ การจัดวาง การมองภาพรวม มีผลต่อการเรียนรู้ในเรื่องของการจำเป็นภาพ เด็กที่มีความสามารถสูงในด้านนี้ มักมีความสามารถในด้านการวาดภาพ การออกแบบ แม่นยำเรื่องเส้นทาง สามารถจินตนาการเรื่องราวออกมาเป็นภาพ และมีการเรียนรู้เรื่องยากๆ ให้ง่ายขึ้น 
คุณแม่สามารถส่งเสริมทักษะด้านมิติสัมพันธ์ให้ลูกได้จากการพูดคุยกับลูกขณะทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ขณะกำลังกินอาหาร ก็บอกลูกว่า “แม่วางแก้วนมไว้ด้านขวามือของหนู”  “หนูจับช้อนด้วยมือขวา จับส้อมด้วยมือซ้าย” 
            นอกจากนี้ คุณแม่ควรเริ่มหัดให้ลูกมีส่วนร่วมในการจัดกระเป๋า จัดลิ้นชัก จัดห้อง ฝึกให้ลูกมีความสามารถในการจัดวาง การใช้พื้นที่ซ้าย–ขวา หน้า-หลัง บน-ล่าง เมื่อลูกโตขึ้นฝึกลูกระบายสีเน้นข้อความสำคัญเมื่ออ่านหนังสือ หัดจดบันทึกโดยการใช้ภาพ เส้น สีประกอบเพื่อช่วยจำ เช่น การทำ Mind Maps หัดวาดแผนที่ง่ายๆ เป็นต้น จะเป็นการฝึกฝนการเรียนรู้เรื่องทิศทางหรือมิติสัมพันธ์ขั้นง่ายๆ ได้ค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

ชวนลูกเคลื่อนไหว ออกกำลังกายยามเช้า

ในเช้าวันหยุดคุณแม่ลองชวนลูกน้อยให้ตื่นมารับแสงแดดอ่อนยามเช้ากันนะคะ แสงแดดยามเช้าจัดว่าเป็นวิตามินตามธรรมชาติที่ดีที่สุดของลูกค่ะ เด็กจะแข็งแรงได้ต้องโดนแดดบ้าง เพราะแดดอ่อนๆ มีวิตามินดีที่ร่างกายต้องการเพื่อการรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน และช่วยในการเจริญเติบโตค่ะ
เริ่มต้นด้วยการพาลูกเดินเล่น หรือออกกำลังกายกลางแจ้งด้วยกัน ครั้งละ 10-15 นาที เช่น วิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยาน การได้ออกไปเล่นกลางแจ้งจะช่วยให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นอิสระ มีอารมณ์แจ่มใส สนุกสนาน ทำให้สมองปลอดโปร่ง ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ทำให้มีภูมิต้านทานโรค โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ที่มีอาการอย่างคัดจมูก หายใจไม่สะดวกเวลาอากาศเปลี่ยนแปลง หรือแพ้ฝุ่นง่าย เด็กหลายคนที่เคยเป็นโรคนี้สามารถหายได้ด้วยการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ...อย่าลืมออกกำลังกายกันนะคะ

ฉลาดสื่อสาร                 

เคล็ดลับแก้ไขลูกพูดผิด

            หลายครั้งที่ลูกกำลังเรียนรู้พัฒนาการด้านภาษาจากการลองผิดลองถูก ทำให้บางครั้งก็ผสมคำผิด ออกเสียงผิดๆ ถูกๆ และอาจจะสร้างคำขึ้นใหม่ทั้งที่เขาไม่เคยฟังคุณแม่พูดมาก่อนเลยก็ได้ คุณแม่หลายท่านกลัวว่าลูกจะเข้าใจผิดและนำคำผิดๆ เหล่านี้ไปใช้ จึงคอยแก้ไขหรือสอนลูกทุกครั้งที่เขาพูดผิด ซึ่งการทำแบบนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะถ้าคุณแม่คอยแก้ไขทุกครั้งที่ลูกพูดผิด ลูกอาจจะนึกในใจว่า “ไม่ควรพูดจะดีกว่า เดี๋ยวจะถูกคุณแม่ดุว่าพูดผิด”
            วิธีที่ถูกต้องเมื่อพบว่าลูกพูดหรือใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้อง คุณแม่ควรจะพูดคำที่ถูกต้องซ้ำหลังจากที่ลูกพูด ราวกับว่าคุณแม่ได้ยินลูกพูดถูกแล้ว วิธีสะท้อนกลับทางบวกนี้ดีกว่าการจ้องจับผิดลูก ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกเห็นนกที่กำลังบินหนีไปและพูดว่า “โน่น ฮกหนีแย้ว “คุณแม่ก็ควรจะพูดว่า “ใช่จ๊ะ นกกำลังบินหนีไปแล้ว” หรือ “ดอกไม้ฉวย” ก็บอกว่า “แม่ก็ว่า ดอกไม้นี้สวยจริง” โดยเน้นคำที่ลูกพูดผิด เป็นต้น  ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้ลูกเสียความมั่นใจในการพูดแล้ว ยังจะช่วยทำให้ลูกได้ฟังคำศัพท์ที่ถูกต้องอีกด้วย และทักษะการพูดของลูกก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์                      

สอนลูกเรียนรู้ระงับอารมณ์

เมื่อลูกมีอาการเอะอะโวยวาย ทำลายข้าวของ ใช้กำลังทำร้ายคนอื่น สิ่งแรกที่คุณแม่ควรทำ คือ ควรระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง ไม่โต้ตอบกลับด้วยความรุนแรง และแก้ปัญหาอย่างใจเย็น กอดลูกแล้วเปิดโอกาสให้ลูกได้บอกว่าอะไรทำให้เขาโกรธ รับฟังอย่างใส่ใจ  ไม่ด่วนสรุป และบอกสอนลูกอย่างใจเย็น ซึ่งจะเป็นแบบอย่างในการควบคุมอารมณ์โกรธแก่ลูกได้เป็นอย่างดี
การโอบกอดและการให้ความรักความเข้าใจลูก ทำให้เขารับรู้ว่าคุณแม่ยังรักเขาอยู่เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อาจทำให้เรื่องต่างๆ คลี่คลายได้ง่าย โดยธรรมชาติแล้วเด็กมักจะต้องการความสนใจจากผู้ใหญ่และอยากให้ผู้ใหญ่เล่นด้วย เด็กที่กำลังจะทำลายของเล่นชิ้นโปรดของเขาเพราะถูกขัดใจ อาจจะหยุดการกระทำนั้น เมื่อเห็นว่าคุณให้ความสนใจในของเล่นของเขา ไม่ปล่อยให้เล่นอยู่คนเดียว
คุณแม่ควรชมลูกถ้าเห็นว่าเขารู้จักที่จะควบคุมอารมณ์โกรธของตนเองได้ และบอกลูกให้เข้าใจถึงสาเหตุที่ไม่ควรทำ ด้วยคำอธิบายที่กะทัดรัดชัดเจน การชื่นชมซึ่งกันและกันจะช่วยให้ลูกมีอารมณ์ดี ไม่ตึงเครียด และลดอารมณ์ก้าวร้าวของลูกได้ หลีกเลี่ยงคำพูดตำหนิที่ทำให้เกิดปมด้อย เปรียบเทียบ เสียดสี  รวมทั้งสีหน้าที่บึ้งตึง จะยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น และลูกก็จะเลียนแบบพฤติกรรมและอารมณ์แบบนี้ของเราไปด้วยค่ะ