วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 4 ปี 2 เดือน

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 4 ปี 2 เดือน

ฉลาดเรียนรู้                  

                         สอนลูกเรียนรู้ค่าจำนวนนับ

ในความคิดของเด็ก  “จำนวน” เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม ลูกจะไม่รู้ว่า “สาม” คืออะไร หากมันไม่ได้อยู่ในรูปของ “ส้ม 3 ใบ” “ไก่ 3 ตัว”  เด็กวัย 4-5 ปี  พัฒนาการด้านการคิดและสติปัญญาอยู่ในขั้นที่สามารถนับเลขได้ 1-10 แต่รู้ค่าจำนวนเพียง 1-5 เท่านั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกเล่นฝึกหัดนับสิ่งของ และหยิบของตามจำนวน 1-5 ชิ้น (เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ)  ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น นับจำนวนส้มในตะกร้า นับจำนวนของเล่นของลูก เป็นต้น
เมื่อชวนกันนับจนลูกพอจะเข้าใจแล้ว  จากนั้นลองให้โจทย์ลูกนับเองว่ามีขนมกี่ชิ้นในจาน  มีดอกไม้กี่ดอกในแจกัน ฯลฯ  และขยับโจทย์ให้ยากขึ้นมาอีกว่า หยิบส้มให้แม่ 3 ผล  เอาบล็อก 4 ชิ้นใส่ตะกร้า เป็นต้น ลูกจะค่อยๆ เข้าใจในค่าของจำนวนนับค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

สร้างเสริมพัฒนาการผ่านการปั้น แกะ ตัด พับ

            พัฒนาการของเด็กวัยนี้ส่วนใหญ่เริ่มหัดอ่านหัดเขียนกันแล้ว ซึ่งก่อนที่เด็กจะสามารถจับและควบคุมอุปกรณ์การเขียนได้นั้น เขาจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีของส่วนต่างๆ ทั้งสมอง สายตา และมือ ให้สามารถควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็กภายในมือได้เสียก่อน ซึ่งคุณแม่สามารถหากิจกรรมสนุกๆ ชวนลูกสนุกกับการใช้มือ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้ไม่ยาก เช่น
ปั้น : ไม่ว่าจะปั้นด้วยแป้งโดว์หรือดินน้ำมัน ล้วนช่วยให้ลูกได้ใช้ทั้งฝ่ามือและนิ้วทุกนิ้วในการปั้น คลึง นวด ซึ่งปัจจุบันมีหนังสือที่ช่วยสอนปั้นแป้งเป็นรูปสัตว์หรือตัวการ์ตูนน่ารักๆ หลากหลาย ให้คุณแม่สามารถนำมาชวนลูกเล่นได้ไม่ยากค่ะ 
แกะๆ ลอกๆ : การเล่นแปะสติกเกอร์จะช่วยให้ลูกได้ใช้นิ้ว ในการ แกะ ลอก แผ่นกระดาษออกจากสติ๊กเกอร์ แล้วค่อยๆ แปะลงไปบนสมุด คุณแม่อาจชวนลูกสะสมสติกเกอร์ลายโปรด หรือหาหนังสือนิทานที่มีสติกเกอร์แถมมาให้ลูกอ่านและเล่นก็ได้ค่ะ
ตัด : การตัดกระดาษจะช่วยให้เด็กๆ สามารถใช้นิ้วควบคุมการเคลื่อนที่ของกรรไกรไปตามรูปทรงต่างๆ ซึ่งคุณแม่สามารถเลือกกรรไกรตัดกระดาษปลายมนสำหรับเด็กมาให้ลูกหัดตัดกระดาษเล่นได้โดยไม่ห่วงเรื่องอันตราย
พับ : ลูกจะได้เพลิดเพลินไปกับการใช้นิ้วและ มือ เพื่อจับ พับ และเรียนรู้เรื่องรูปทรงต่างๆ เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม การแบ่งครึ่ง รวมไปถึงการสร้างสรรค์ของเล่นด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการพับจรวด พับนก พับดาว แบบง่ายๆ
            เรียกว่า ได้ทั้งความสนุก ได้พัฒนาการทำงานประสานกันของสมอง มือ และตา ได้ฝึกฝนกล้ามเนื้อมัดเล็กแล้ว ยังได้ความภาคภูมิใจจากผลงานของตนเองอีกด้วย

ฉลาดสื่อสาร

                         ตั้งคำถาม...ฝึกลูกคิดและสื่อสารกลับ

เราสามารถนำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของลูกมาใช้เพื่อฝึกทักษะด้านการสื่อสารให้เขาได้มากมาย รวมทั้งการเสริมสร้างทักษะคิดวิเคราะห์ให้เด็ก เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ โดยทุกครั้งที่พูดคุย หรืออ่านหนังสือกับลูก ให้ถือโอกาสตั้งคำถามท้าทายให้ลูกคิดต่อ โดยใช้คำถามปลายเปิด ซึ่งเป็นคำถามที่มีคำตอบหลากหลาย ไม่มีผิด ไม่มีถูก ต้องอาศัยจินตนาการของเด็ก เช่น
“ถ้าโลกนี้ไม่มีไฟฟ้า ลูกคิดว่าโลกจะเป็นอย่างไร”
“ถ้าลูกมีปีก แต่คนอื่นไม่มี ลูกจะรู้สึกอย่างไร”
“ถ้าทุกคนมีตาเหมือนนกฮูก ยกเว้นตัวเรา เราจะรู้สึกอย่างไร”
ด้วยคำถามลักษณะนี้ สมองของเด็กจะทำงาน ทั้งด้านความคิด ความรู้สึก และสติปัญญา เพราะเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบหลากหลาย ไร้ขอบเขต ไม่มีถูก-ผิด เป็นคำถามให้เด็กกล้าคิด กล้าตอบ เป็นตัวของตัวเอง และรู้จักวิธีการตอบเพื่อจะสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ ซึ่งวิธีนี้คุณแม่ควรจะได้นำมาเล่นกับลูกบ่อยๆ ค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์                      

ปรับอารมณ์ลูกเล่นรุนแรง

          หลายครั้งที่คุณแม่ไม่สบายใจที่เห็นลูกเล่นกับเพื่อนแบบรุนแรง ซึ่งการที่ลูกเล่นแรงๆ น่าจะมีสาเหตุมาจากการเห็นคนรอบข้างเล่นกับเด็กแบบแรงๆ ทำ ให้เด็กเกิดการจดจำ และนำมาทำกับผู้อื่นเมื่อมีโอกาส คือเล่นแรงๆ กับเพื่อนๆ   ส่วนอีกสาเหตุน่าจะเกิดจากที่เด็กไม่รู้ว่าเล่นแบบไหนแค่ไหนแรงหรือไม่แรง ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้ น่าจะเริ่มมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องฝึกเล่นและสอนให้ลูกเล่นเป็น โดยต้องเล่นกับลูกแบบเบาๆ ไม่ใช้ความรุนแรง และเมื่อลูกเล่นด้วยแรงกลับมา คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนว่าการลงแรงแบบที่ลูกทำนั้นจะทำให้ผู้อื่นเจ็บได้ และถ้าเล่นแรงๆ แบบนี้บ่อยๆ ลูกก็จะไม่มีเพื่อนเล่นอีกต่อไป ลูกต้องรู้จักใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นด้วย
            นอกจากนี้เลียนแบบคนใกล้ตัวแล้ว  บางครั้งลูกอาจเอาอย่างในสื่อ เช่น ในละคร  เมื่อเห็นตัวละครตบตีกัน เด็กก็จะเลียนแบบ ไม่นานจะเข้าเป็นลักษณะประจำตัว คุณแม่ต้องบอกลูกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ และเล่นแบบนี้ก็ไม่ได้ เวลาเห็นลูกไปรังแกคนอื่นต้องบอกว่า วิธีนี้ไม่ถูกต้อง ลูกไม่ควรทำอย่างนี้ รวมถึงเวลาที่ดูโทรทัศน์ คุณแม่ควรเลือกรายการที่ประโยชน์และคอยอยู่ใกล้ ๆ อธิบายให้ลูกฟังถึงสิ่งที่เขากำลังดูอยู่ค่ะ

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 4 ปี


ฉลาดเรียนรู้                  

                เคล็ดลับพัฒนาความจำลูกน้อย 

เด็กวัย 4 ขวบพัฒนาการด้านต่างๆ กำลังรุดหน้า และเป็นวัยที่ลูกก้าวสู่โลกแห่งการเรียนรู้สังคมนอกบ้าน นับเป็นโอกาสแห่งการพัฒนา ที่คุณพ่อคุณแม่น่าจะใช้โอกาสนี้เตรียมความพร้อมให้กับลูก  โดยเฉพาะในเรื่อง “ความจำ”  ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเก็บรวบรวมข้อมูลความรู้ต่างๆ ไว้ในคลังสมองของเขา เพื่อนำมาใช้ในการต่อยอดการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม  การจัดระบบความจำยังไม่ค่อยดีนัก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยเหลือลูกในเรื่องนี้  ซึ่งทำได้โดย...
  • จดจำเป็น ‘ภาพ’  - เด็กวัยนี้รับรู้ทางสายตาได้ดี  ดังนั้น การใช้กิจกรรมที่มีภาพเป็นสื่อจึงเหมาะอย่างยิ่ง กิจกรรมง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกมีความจำดี  เช่น เกมจับคู่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เกมจับคู่ภาพกับเงา  จับคู่ตัวเลข  จับคู่ภาพกับพยัญชนะ จับคู่ภาพกับเสียงต่างๆ เป็นต้น
  • บรรยากาศต้องสนุก - บรรยากาศการเรียนรู้ส่งผลต่อความจำของลูกวัยนี้อย่างมาก เพราะถ้าไม่สนุก ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจให้ลูกจดจำ ในทางตรงกันข้าม หากกิจกรรมการเรียนรู้นั้นยิ่งสนุก ลูกจะยิ่งจดจำได้ติดแน่นและนานมากขึ้น
  • ทำซ้ำๆ บ่อยๆ -  เพราะเด็กๆ เรียนรู้จากการทำซ้ำๆ บ่อยๆ
  • ประสบการณ์ สร้างการจดจำ - การได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ การได้ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ บ้าง จะช่วยให้ลูกจดจำได้เช่นกัน  สังเกตได้จากลูกวัยอนุบาลที่มักจะมีเรื่องที่โรงเรียนมาเล่าให้คุณแม่ฟังบ่อยๆ ถึงคุณครู และเพื่อนๆ ว่าเป็นอย่างไร  เพราฉะนั้น หลังลูกกลับจากโรงเรียนคุณพ่อคุณแม่จึงควรตั้งคำถามกับลูก เพื่อให้เขาได้จัดความจำให้เป็นระบบ เป็นเรื่องๆ เพื่อตอบคำถามตามโจทย์ของคุณพ่อคุณแม่
      เหล่านี้ ล้วนเป็นความจำที่เกิดจากความประทับใจ และตราไว้ในความทรงจำ (หรือสมองน้อยๆ ของลูก) แล้วสมองของลูกก็จะพัฒนาสู่อัจฉริยะรอบด้านได้ไม่ยากค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

                          สอนลูกว่ายน้ำ พัฒนาการเคลื่อนไหว

ลูกวัยนี้พร้อมสำหรับการฝึกว่ายน้ำเต็มที่ การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา และกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ แข็งแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีเมื่อต้องเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่างๆ  เช่น เดิน วิ่ง หรือเขียนหนังสือ ซึ่งลูกจะทำได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ออกกำลังกายตั้งแต่เล็ก ๆ
            การว่ายน้ำจะช่วยให้ลูกมีทักษะในการลอยตัว ทำให้เด็กสามารถลอยตัวในน้ำได้ โดยระยะแรกเริ่มจากการใส่ปลอกแขนก่อน แล้วเมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงจึงพัฒนาไปใช้ห่วงยางสำหรับว่ายน้ำได้ถูกต้อง รวมทั้งมีทักษะในการเตะเท้า โดยฝึกให้เด็กเตะเท้าไปในทิศทางที่ต้องการได้ เด็กจะมีพื้นฐานในการเตะเท้าได้ตรง เท้าจะไม่งอ ขาจะไม่เกร็งเวลาเตะเท้า ตัวจะไม่เอียงเวลาว่ายน้ำ ตัวไม่เกร็งเวลาลงน้ำ เพราะได้รับการฝึกพื้นฐานมาดีแล้ว
            คุณแม่ควรหาโอกาสพาลูกวัยนี้ไปว่ายน้ำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง โดยเน้นการสอนที่สนุกสนาน ไม่กดดัน ใจเย็น เพื่อให้ลูกมีความกล้า และมั่นใจ ลูกจะมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมีการเคลื่อนไหวที่ดีค่ะ

 ฉลาดสื่อสาร                

สอนลูกเข้าใจเรื่องจังหวะการพูดรับ-ส่ง

            ในช่วงวัยนี้ ลูกจะมีพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้น ลูกจะเริ่มเข้าใจถึงประโยชน์ของภาษาในด้านสังคม เขาเริ่มรู้ว่า ภาษาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่เอาไว้แสดงออกถึงความคิดและความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางที่ทำให้เขาเข้าสังคมกับคนอื่นได้ด้วยในรูปแบบของการสื่อสาร 2 ทาง ดังนั้นการพูดคุยกับลูกด้วยบทสนทนาง่ายๆ นอกจากจะทำให้ลูกเรียนรู้ด้านภาษาได้เร็วแล้ว ยังเป็นการช่วยให้ลูกเข้าใจจังหวะของการรับและส่งได้เร็วขึ้น ในขณะที่คุณแม่พูด ลูกจะจ้องมองหน้าคุณแม่และฟัง และลูกก็จะคิดว่า แม่พูดเสร็จแล้ว ต่อไปก็ตาหนูบ้างล่ะ 
เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น เขาจะเข้าใจในสิ่งที่คุณแม่พยายามสื่อสารมากขึ้น คุณแม่สามารถบอกเขาได้แล้วว่า แม่พูดเสร็จแล้ว ตาหนูพูดบ้าง จะทำให้เขาเข้าใจและรู้จักวิธีรับส่งในการสื่อสาร  ซึ่งต่อไปเขาจะได้เรียนรู้ถึงมารยาทในสังคมที่ต้องมีการรอคอยอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเขาจะได้ไปเจอด้วยตนเองในกลุ่มสังคมของเขา 
การที่ลูกต้องปรับทักษะในการพูด และการเล่น เมื่อต้องเข้าสังคมกับเพื่อนจริงๆ แม้ว่าในช่วงแรกอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่พฤติกรรมของเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันก็จะมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้เรื่องการผลัดกันและการรอคอยค่อนข้างมาก และเมื่อโตขึ้น เขาจะเริ่มเข้าใจแล้วว่ามีเรื่องมากมายที่เขาจำเป็นต้องผลัดกันรอ ผลัดกันพูด หรือผลัดกันเล่น เพียงแค่เขารอคอยอีกแป๊บเดียว เขาก็จะได้เล่นอย่างสนุกและมีความสุขเหมือนเพื่อนๆ แล้วค่ะ 

ฉลาดด้านอารมณ์                      

สอนลูกเรียนรู้การแพ้ชนะ

คุณแม่ควรสอนให้ลูกเรียนรู้ว่าในความเป็นจริงมีโลกการแข่งขัน มีทั้งแพ้และชนะ ซึ่งส่วนใหญ่พ่อแม่ยุคนี้มักจะพะวงกลัวลูกแพ้ และกังวลต่อไปอีกว่ากลัวลูกแพ้ไม่เป็น ก็เลยพยายามจะหาวิธีสอนให้ลูกได้เรียนรู้จักความ “แพ้” แต่ที่จริงการเรียนรู้เรื่อง “ชนะ” ก็มีความจำเป็นเช่นกัน เพราะการชนะก็สอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องราวดีๆ ได้มากมาย
          คุณแม่ควรสอนให้ลูกเรียนรู้ว่าการชนะในวันนี้ไม่ได้หมายว่าความจะชนะตลอดไป เพราะเมื่อมีคนชนะก็ย่อมต้องมีคนแพ้เสมอ เพราะฉะนั้น ทุกคนก็มีโอกาสชนะและแพ้ได้เท่าๆ กัน นอกจากนี้ควรสอนให้ลูกไม่ซ้ำเติมคนแพ้ แต่ต้องยกย่องความเป็นนักสู้ของผู้แพ้ด้วย เช่น การแสดงความมีน้ำใจนักกีฬาด้วยการให้ลูกไปจับมือชื่นชมผู้แพ้ว่าอีกฝ่ายก็เก่งมากเช่นกัน และควรสอนให้ลูกไม่ยึดติดหรือถือดีว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ
          คุณแม่สามารถเปลี่ยนเรื่องที่ลูกชนะให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องอื่นๆ หรือเสริมสร้างศักยภาพของลูกให้ถูกทาง เพราะเขาอาจจะค้นพบทางที่เขาถนัดและมีความสุขก็ได้ เช่น ลูกได้รับรางวัลเรื่องงานศิลปะก็อาจส่งเสริมต่อยอดความสามารถของเขา และสิ่งสำคัญที่คุณแม่สามารถปลูกฝังและสอดแทรกไปกับการเรียนรู้เรื่องชนะคือความมุ่งมั่น ความอดทน ความพยายามอย่างสร้างสรรค์ และฝึกให้เขามีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตอย่างมีแบบแผน แล้วลูกก็จะแพ้ได้ ชนะได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ของเขาค่ะ

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 11เดือน


ฉลาดเรียนรู้                  

 เรียนรู้สร้างสรรค์เสียงดนตรีจากสิ่งใกล้ตัว

ดนตรีนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในสิ่งที่แวดล้อมเรา จึงขอชวนคุณแม่พาลูกมาสร้างเสียงดนตรีหลากหลายเสียงจากของใกล้ตัวกันอย่างแก้วน้ำกันดีกว่า 
วิธีเล่นง่ายๆ  เพียงนำแก้วน้ำที่มีลักษณะเหมือนกัน 6 ใบ ใส่น้ำตามระดับจากมากไปหาน้อย  วางเรียงกัน  จากนั้นให้ลูกนำช้อนหรือปากกามาเคาะที่แก้ว  ระดับเสียงดนตรีที่แตกต่างกันตามระดับน้ำในขวดก็จะเกิดขึ้น ให้ลูกฟังเสียงดีๆ สิว่า น้ำมากกับน้ำน้อยให้เสียงสูงเสียงทุ้มแตกต่างกันอย่างไร นั่นคือ ลูกจะเรียนรู้ได้ว่าหากน้ำน้อยจะทำให้เกิดเสียงสูง ในขณะที่น้ำมากทำให้เกิดเสียงทุ้มต่ำ
หรือให้ลูกนำกระป๋องใส่ถั่ว ใส่ทรายมาเขย่าให้สนุกแทนลูกแซค  นำฝาหม้อมาตีแทนฉาบ หรือเอาหม้อ กะละมังมาตีแทนกลอง  นำของใช้ในครัวมาทำเป็นโมบายใช้ตีแทนนิ้งหน่อง  เป็นต้น หรือให้ลูกลองคิดว่าเขาจะใช้สิ่งของอะไรแทนดนตรีอะไร ก็จะช่วยฝึกกระบวนการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกน้อย  รับรองลูกสนุกกับจังหวะและดนตรีจากสิ่งของใกล้ตัวนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานของสมองลูกด้วยค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

พัฒนากล้ามเนื้อกับการกระโดดเชือก

            การกระโดดเชือก เป็นการออกกำลังกายที่แสนง่ายโดยที่คุณแม่อาจจะไม่ต้องสอนอะไรลูกน้อยมากมายนัก อาจจะเริ่มต้นแนะนำวิธีการเล่นในช่วงแรก  เมื่อลูกได้ลองหัดเล่น ในไม่ช้าเขาจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
การเล่นกระโดดเชือกนั้น ลูกจะได้เรียนรู้ถึงจังหวะการเคลื่อนไหวของขาและแขน เพื่อให้ทำงานประสานกัน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ กระดูก เพิ่มเรี่ยวแรงและความทนทานของลูกมากขึ้น
นอกจากจะเป็นกีฬาที่ใช้เชือกซึ่งเป็นอุปกรณ์ราคาถูกแล้ว ลูกยังจะได้ความสนุกและได้ประโยชน์ในการออกกำลังกายด้วย คุณแม่อาจชวนลูกกระโดดเล่นสลับกัน หรือชักชวนเพื่อนๆ ลูกมาเล่นด้วยกันหลายๆ คน  จะทำให้ลูกรู้สึกสนุกสนาน ได้ออกกำลังกาย และการเล่นกับเพื่อน ลูกยังจะได้เพิ่มพัฒนาทักษะทางสังคมอีกด้วยค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

เพื่อนในจินตนาการ...ช่วยพัฒนาทักษะสื่อสารของลูก

            เพื่อนในจินตนาการของเด็ก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ เป็นสิ่งที่เด็กสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยของเขา เนื่องจากวัยนี้เด็กเริ่มมีพัฒนาการทางการสื่อสาร แต่การจะอธิบายความรู้สึกแก่พ่อแม่หรือผู้คนรอบข้างนั้นอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากเขายังมีคำในคลังคำศัพท์ไม่มากพอ
การมีเพื่อนในจินตนาการจะช่วยให้ลูกมีทางออกด้วยการระบายความในใจ ช่วยให้เขาสามารถรับมือกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวเศร้าหมองได้ดียิ่งขึ้น และหากมองในแง่ดีแล้ว  เท่ากับลูกมีพัฒนาการด้านจินตนาการที่ดีมาก และช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะทางการสื่อสารได้ดีขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถอาศัยเพื่อนในจินตนาการนั้นเข้าถึงจิตใจของลูกได้มากขึ้นด้วย
            ถ้าลูกทำผิดแล้วโทษว่าเป็นฝีมือของเพื่อนในจินตนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กแนะนำว่า ไม่ควรทำโทษลูกด้วยการว่ากล่าวจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ควรอธิบายถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ในบ้านอีกครั้ง และช่วยกันแก้ไขสิ่งที่ลูกทำผิดนั้นเสีย การกล่าวหาลูกมากๆ เข้ายิ่งทำให้ลูกหันไปหาเพื่อนในจินตนาการมากขึ้นไปอีก
            นอกจากนั้นพ่อแม่ไม่ควรขัดหรือดุลูกลูกเกี่ยวกับเพื่อนในจินตนาการว่าไม่มีอยู่จริง แต่ควรทำความเข้าใจและดึงให้เพื่อนของลูกเหล่านั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว อาจจะถามถึงเขาบ้างว่ามีลักษณะอย่างไร เขาชอบอะไร ฯลฯ อีกไม่นานเด็กๆ จะโตขึ้นและมีเพื่อนในโลกแห่งคงวามเป็นจริง ส่วนเพื่อนในจินตนาการจะหายไปที่สุดค่ะ
         

ฉลาดด้านอารมณ์                      

เคล็ดลับปราบลูกอิจฉากัน

การที่ลูกอิจฉาพี่หรือน้องเพราะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวว่าตัวเองจะถูกแย่งชิงความรักไป คุณแม่ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือปล่อยให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เพราะนอกจากจะทำลายความสงบสุขแล้ว ยังไม่ส่งผลดีต่ออารมณ์ของลูกคนนั้นๆ ด้วยค่ะ
คุณแม่ควรสร้างบรรยากาศในครอบครัวให้มีกิจกรรมที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน เช่น  ร่วมกันเล่นจิ๊กซอว์ต่อภาพให้สมบูรณ์ มอบหมายให้ดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้านร่วมกัน เป็นต้น  ไม่ส่งเสริมลูกให้ทำกิจกรรมที่แข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน อาจเล่นสนุกๆ มีผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะได้บ้าง แต่ต้องไม่ถึงกับแข่งขันกันซะทุกเรื่อง และไม่แสดงอาการชื่นชมกับลูกที่ชนะมากเกินไป เพราะจะทำให้ลูกๆ รู้สึกว่า พ่อแม่จะรักเขาก็ต่อเมื่อเขายอดเยี่ยมกว่าใคร และควรสอนให้ลูกยอมรับได้หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งได้รับของขวัญพิเศษในวาระต่างๆ   เพราะในยามปกติลูกๆ ก็จะได้รับความรัก ความเอาใจใส่อย่างยุติธรรมไม่ต่างกัน
ที่สำคัญ ไม่ควรใช้ความรักมาเป็นเครื่องต่อรองการทำความดีของลูก เช่น ถ้าลูกคนไหนดื้อ หรืองอแง คุณแม่ก็ควรตำหนิติติงที่ตัวเขาโดยตรง ไม่เอาไปโยงกับคนอื่นด้วยการหันไปเอาใจลูกคนอื่นแทน  ทำให้ลูกสะสมความโกรธ เกลียด อิจฉา และไปลงที่พี่หรือน้องแทนความรักความอบอุ่นของพ่อแม่ค่ะ   

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 10 เดือน


ฉลาดเรียนรู้                  

เรียนรู้คำตรงข้าม   

            ลูกวัยนี้ มีพัฒนาการด้านความคิดและสติปัญญาที่มากขึ้น จึงเริ่มรู้จักและเปรียบเทียบและจัดหมวดหมู่ และสามารถใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจเรื่องนี้ออกมาเป็นคำพูดได้ เด็กวัยนี้จึงสามารถเข้าใจความหมายของคำเปรียบเทียบที่บอกลักษณะตรงกันข้ามง่ายๆ เช่น  เล็ก-ใหญ่    สั้น-ยาว  ดำ-ขาว ร้อน-เย็น ฯลฯ ได้
            คุณแม่อาจชวนลูกเล่นเพื่อสอนให้เขาได้เรียนรู้คำตรงข้ามง่ายๆ   เช่น ให้ลูกดูรูปสุนัข 2 ตัวที่มีลักษณะแตกต่างกน - ตัวเล็ก หางสั้นสีดำ/ ตัวใหญ่ หางยาว สีขาว แล้วถามลูกว่าตัวเล็ก-ใหญ่  ตัวไหนหางสั้น-ยาว ตัวไหนสีดำ-สีขาว เป็นต้น  และสามารถหาภาพอื่นๆ  มาเล่นเพื่อสอนการเรียนรู้คำในลักษณะนี้ให้ลูกได้อีก เพื่อความฉลาดเรียนรู้ของลูกค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

ชวนลูกเล่นกระต่ายขาเดียว


กระต่ายขาเดียวเป็นเกมสนุกๆ ที่สามารถเล่นกันได้ภายในบ้าน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ใช้เพียงแค่ร่างกายในการเคลื่อนไหว คุณแม่อาจชักชวนคุณพ่อกับลูกๆ มาเล่นด้วยกัน โดยเริ่มต้นคุณแม่เป็นกระต่ายวิ่งไล่จับคุณพ่อและลูกน้อย และผลัดกันเป็นกระต่าย เกมนี้นอกจากจะสร้างความสนุกสนานให้กับลูกได้แล้ว ลูกยังจะได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อขาที่ต้องกระโดดอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งได้ใช้แขนเพื่อยื่นไปแปะคนที่เล่น รวมทั้งลูกจะได้ฝึกการทรงตัวที่จะทำให้รู้ว่าควรสร้างสมดุลของร่างกายอย่างไรที่จะไม่ทำให้ล้ม
การที่ลูกมีความสุข สนุกกับเกมนี้ จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่ดี ส่งผลให้ต่อการทำงานของสมอง  และหากได้เล่นกันในกลุ่มเพื่อนๆ แล้วลูกก็จะได้เรียนรู้การเล่นเป็นกลุ่ม สร้างทักษะทางสังคมให้ลูกด้วยค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

สอนให้ลูกรู้จักแสดงความคิดเห็น

          วัยนี้เป็นวัยช่างซัก ช่างถาม คุณแม่ไม่ควรดุหรือตัดบทลูกเพราะความรำคาญ แต่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกเป็นเด็กช่างสงสัยให้มากที่สุดจนกลายเป็นนิสัย และไม่จำเป็นที่คุณแม่ต้องตอบคำถามลูกได้หมดทุกข้อ แต่สามารถตอบว่าไม่รู้ แล้วมาช่วยกันหาคำตอบได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหาคำตอบเอง โดยมีคุณแม่คอยถามนำส่งเสริม และช่วยเหลือ
คุณแม่ควรต้องเปิดใจกับคำถาม คำตอบ และเหตุผลของลูก เพราะบางคำถามไม่ได้มีคำตอบเดียว และตัวคุณแม่ก็สามารถสอดแทรกความคิดเห็นของตัวเองลงไปด้วย แล้วถามความคิดเห็นลูกกลับไป  หรืออาจจะอธิบายในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ลูกน้อยของคุณแม่รู้จักคิด และค้นหาคำตอบต่างๆ ในเรื่องที่ตนสงสัยต่อไป  ผลพลอยได้ที่เพิ่มขึ้นคือ ลูกจะรู้จักแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยใช้เหตุผลของตนเอง ไม่ใช่อารมณ์ และลูกจะรู้จักรับฟังเหตุผลของคนอื่นเช่นกันค่ะ

 ฉลาดด้านอารมณ์                     

สอนลูกใกล้ชิดศาสนา พัฒนาพื้นฐานอารมณ์

            การที่คุณแม่สอนให้ลูกใกล้ชิดกับศาสนาตั้งแต่เล็กๆ จะสามารถช่วยให้ลูกเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีงามได้โดยไม่ยาก เพราะทุกหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนา ล้วนต่างสอนให้คนมีจิตใจที่ดี เสียสละ มีจิตใจที่รัก เมตตา และให้อภัยต่อผู้อื่น คุณแม่ควรสอนให้ลูกเรียนรู้ และเข้าใจแก่นแท้จากคำสอนของศาสนาที่ตนเองและครอบครัวนับถือ อีกทั้งควรที่จะให้ลูกได้เรียนรู้ในหลักคำสอนของศาสนาอื่นไว้ด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อลูกต้องอยู่ในสังคมร่วมกับคนที่นับถือศาสนาอื่นๆ ลูกจะได้รู้จักที่จะให้เกียรติกับคนเหล่านั้น โดยไม่ไปขัดแย้ง แต่จะเคารพในการกระทำและความคิด รวมถึงความเชื่อของผู้อื่น เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมในสังคมเดียวกันได้อย่างสงบสุข
นอกจากนี้ ควรปลูกฝังด้วยการพาไปวัด การได้ฟังพระเทศน์ สวดมนต์ ทำบุญ  หรือได้รับรู้เรื่องที่เชื่อมโยงกับศาสนา เช่น พุทธประวัติ นิทานพื้นบ้าน นิทานชาดก เมื่อไปเห็นพระพุทธรูปปางต่างๆ ก็กระตุ้นให้สนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศิลปะ เมื่อมีโอกาสก็พาไปเวียน เป็นต้น  การไปลูกวัด จึงไม่ใช่จะได้เรียนรู้ธรรมะหรือศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่จะเชื่อมโยงจิตใจของลูกให้อ่อนโยน มีสติ มีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดี สงบและใจเย็นลงได้ด้วยค่ะ

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 9 เดือน


ฉลาดเรียนรู้                  

เล่นจับคู่ สอนหนูเรียนรู้ลักษณะ

            การให้ลูกเล่นจับคู่ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับ เปรียบเทียบสิ่งของใกล้ตัว เป็นการพัฒนาสติปัญญา และฝึกการเรียนรู้ของลูกได้เป็นอย่างดีค่ะ โดยคุณแม่นำของเล่นหรือเครื่องใช้ที่เราใช้ในกิจวัตรต่างๆ ที่มีรูปร่าง รูปทรงชวนให้สังเกต จดจำ และอยู่ในความสนใจของลูกมาเป็นอุปกรณ์ในการเล่นจับคู่ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องความเหมือน – ต่าง
  • แยกขนาดเล็ก กลาง ใหญ่  นำของในบ้าน เช่น ถุงกระดาษ มาวางคละกัน แล้วให้ลูกลองวางเรียงกันจากขนาดเล็กไปหาใหญ่ หรือนำใบไม้ที่มีขนาดต่างๆ กันมาให้ลูกวางเรียงจากใหญ่ไปหาเล็ก เป็นการฝึกเรียนรู้ขนาดของลูกค่ะ
  • มาเป็นคู่ หาสิ่งของที่ใช้คู่กัน เช่น แม่-ลูกกุญแจ ดินสอ-กระดาษ รองเท้า-ถุงเท้า ช้อน-ส้อม กระดานดำ-ชอล์ก ฯลฯ วางของที่เตรียมไว้คละๆ กันบนโต๊ะ ไม่ให้เป็นคู่ ให้ลูกดูของเหล่านี้ แล้วหยิบของมาชิ้นหนึ่งให้ลูกหาว่าต้องใช้คู่กับอะไร
  • กระเป๋าถือของแม่  เอาของในกระเป๋าถือของแม่ออกมาให้ลูกจัดหมวดหมู่ เช่น สิ่งที่ไว้ใช้ทาหน้า (แป้ง) ใช้เขียนคิ้ว (ดินสอ เขียนคิ้ว) ไว้ทาปาก (ลิป) ฯลฯ เป็นการจัดหมวดหมู่จากความจำที่ลูกได้เห็นแม่ใช้ในชีวิตประจำวัน
  • ทั้งหมดนี้เป็นการนำของใกล้ตัวมาเล่น นอกจากสนุกแล้ว ลูกยังได้เรียนรู้การแยกแยะสิ่งของและมีการพัฒนาความจำและความคิดเป็นระบบ ซึ่งนำไปสู่  360° อัจฉริยะรอบด้านค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

                                ชวนลูกเล่นรินน้ำ...พัฒนากล้ามเนื้อ

เด็กวัย 3-4 ปี  กล้ามเนื้อมือพัฒนามากขึ้น จนสามารถตักอาหารกินได้เอง  สามารถรินน้ำจากเหยือกเล็กๆ ใส่แก้วได้ และเขาก็กระตือรือร้นที่จะทำสิ่งเหล่านี้เอง  คุณพ่อคุณแม่อย่าคิดว่าลูกยุ่งหรือทำให้เสียเวลา เสี่ยงต่อการที่ข้าวของจะตกแตก เพราะนั่นเท่ากับเราไปขัดขวางพัฒนาการของเขา  และจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ด้วย ปล่อยให้เขาได้ลงมือทำ  ผู้ใหญ่เพียงดูอยู่ใกล้ๆ คอยช่วยเหลือเมื่อเขาเกิดปัญหา และยอมรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นบ้าง
ดังนั้น ขณะที่นั่งทานข้าวกับลูก ให้ลูกช่วยเหลือตัวเองในการกิน เช่น ตักข้าวกินเอง รินน้ำจากเหยือกเล็กๆ ใส่แก้วเอง และอาจมอบหมายหน้าที่การรินน้ำใส่แก้วให้คนร่วมโต๊ะให้ลูกไปเลย จะได้ช่วยฝึกความรับผิดชอบและความมั่นใจให้ลูกด้วย เพราะมีงานวิจัย พบว่าเด็กที่พ่อแม่ปล่อยให้ได้ช่วยเหลือตัวเองในวัยที่ควร จะโตขึ้นเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตนเองค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

ฝึกลูกพูดชัด พัฒนาการสื่อสาร

            หากลูกมีอาการพูดไม่ชัด คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยไว้นานเข้าจะกลายเป็นความเคยชินติดไปจนกระทั่งลูกโตได้  เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่พัฒนาการทางภาษามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว พูดเยอะ พูดเร็ว แต่อวัยวะที่ใช้สำหรับการออกเสียง คือ ลิ้น ฟัน ริมฝีปากยังทำงานสัมพันธ์กันได้ไม่ดีนัก เด็กจึงเหมือนพูดไม่ชัด และพูดติดขัด โดยเฉพาะเสียงที่ยากๆ เช่น ส ซ ร ล เป็นต้น
วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยพูดชัดเจนขึ้นคือ เมื่อลูกพูดไม่ชัด คุณแม่ควรพูดคำที่ถูกต้องให้ลูกฟัง เช่น เมื่อลูกพูดคำว่า “ฉวยจัง” คุณแม่ควรพูดให้ฟังว่า “สวยจัง”  และเมื่อลูกพยายามพูดจนชัดเจนขึ้นแล้ว คุณแม่อย่าลืมให้รางวัลเป็นคำชม  จะทำให้ลูกมีกำลังใจที่จะพยายามพูดให้ชัดเจน หากลูกพูดไม่ชัด  คุณแม่ไม่ควรดุ ล้อเลียน หัวเราะ ทำให้อาย เพราะจะทำให้เขาขาดความมั่นใจที่จะหัดพูด หรือแสดงออกว่าการพูดไม่ชัดของลูกเป็นสิ่งที่น่าเอ็นดู เพราะลูกจะคิดว่าสิ่งที่พูดนั้นถูกต้อง หรือถ้าเด็กได้รับความสนใจก็จะติดพูดเพื่อความสนุกสนาน       
การที่ลูกพูดชัดมีความสำคัญมาก เพราะเขาจะสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นฟังได้เข้าใจ ที่สำคัญยังช่วยให้เขาอ่านออกเสียงได้ถูกต้องอีกด้วย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะค่อยๆ พัฒนาการออกเสียงได้ชัดเกือบทุกพยัญชนะเมื่ออายุ 6-7 ปีค่ะ เมื่อถึงเวลานั้นหากลูกยังออกเสียงไม่ชัดก็ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์                      

สอนลูกจิตใจดีด้วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก

            เมื่อมีสมาชิกใหม่อย่างสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ปัญหาอยู่ที่เด็กบางคนไม่รู้จักวิธีการเลี้ยง หรือเล่น จนอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง ฉะนั้นวิธีที่จะให้ลูกและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คุณแม่จึงต้องสอนลูกมีจิตใจอ่อนโยน และรู้ถึงวินัย การแบ่งปัน และความรับผิดชอบผ่านกิจกรรมต่างๆ
            คุณแม่อาจมอบหมายหน้าที่ให้ลูกได้มีส่วนร่วมการในเลี้ยงสัตว์ โดยคุณแม่ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และสอนให้ลูกเห็นก่อน แล้วให้เด็กทำให้ดูจนเห็นว่าทำได้ถูกต้องจึงปล่อยให้ทำเองได้ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กรัก และเข้าใจสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น เช่น ช่วยอาบน้ำดูแลรักษาความสะอาด พาไปวิ่งเล่นออกกำลังกาย
            การเปิดโอกาสให้ลูกได้ดูแลสัตว์เลี้ยง นอกจากจะสอนให้ลูกได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์แล้ว ยังเป็นการสอนให้ลูกเป็นคนใจดี มีเมตตากรุณา มีจิตใจที่อ่อนโยน รัก และไม่อยากรังแกสัตว์ ซึ่งเมื่อลูกมีสัตว์เลี้ยงที่ต้องรับผิดชอบ เขาจะมีความสุขที่ได้ดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเอง จะส่งผลทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดี มีอารมณ์แจ่มใส มีความฉลาดทางอารมณ์ตามไปด้วยค่ะ

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 8 เดือน


ฉลาดเรียนรู้

                       ชวนหนูเรียนรู้กลิ่น              

ลูกวัยนี้สามารถจำแนกกลิ่นของสิ่งใกล้ตัวที่เขาใช้หรือเห็นในชีวิตประจำวันได้ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นก็ตาม ควรหาโอกาสให้ลูกได้มีประสบการณ์ในการดมกลิ่นใหม่ๆ เช่น กลิ่นดอกไม้หลากหลายชนิด กลิ่นไอดินหลังฝนตก กลิ่นอาหารต่างๆ
ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านความคิดสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กๆ นั้น เขาต้องมีการพัฒนาประสาทสัมผัสการรับรู้ต่างๆที่ดีด้วยเพื่อประโยชน์ในการรับรู้ข้อมูลที่หลากหลาย ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน ความรู้สึกสัมผัส การรับรส และการดมกลิ่น  ประสาทสัมผัสเหล่านี้มีติดตัวเด็กมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่และค่อยๆ มีการพัฒนาอย่างเชื่อมโยง นำไปสู่การจำ การเรียนรู้ การคิดและเข้าใจภายหลัง คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้กลิ่นต่างๆ มาแนะนำให้ลูกรู้จัก จากนั้นก็เล่นเกมปิดตาดมกลิ่น แล้วทายว่าเป็นกลิ่นของอะไร  ซึ่งจะช่วยพัฒนาสมองลูกสู่อัจฉริยะรอบด้านได้ค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

เต้นฮูลาฮูป เคลื่อนไหวสนุกและแข็งแรง

การเต้นฮูลาฮูป ให้ทั้งความสนุกและยังมีประโยชน์ต่อมากมาย วิธีเล่นก็ง่ายดาย อุปกรณ์ที่ใช้ราคาไม่แพง คุณแม่สามารถเต้นฮูลาฮูปกับลูกได้ที่บ้าน  เริ่มต้นด้วยการเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เร้าใจ และชักชวนลูกมาเต้นด้วยกัน อาจมีการแข่งกันว่าใครทำห่วงฮูลาฮูปหล่นถึงพื้นก่อนคนนั้นเป็นคนแพ้ ถ้าจะให้สนุก ควรชักชวนคุณพ่อหรือสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านมาเต้นด้วย เพราะยิ่งเต้นหลายคนก็จะยิ่งสนุกมากขึ้นค่ะ
การเล่นฮูลาฮูปนั้น จะส่งผลให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันได้ดี กล้ามเนื้อได้ทำงานมากขึ้น ซึ่งทำให้มีการไหลเวียนเลือดเพิ่มมากขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยค่ะ  
กิจกรรมการเต้นฮูลาฮูปนี้ นอกจากจะทำให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกายพร้อมๆ กับเสียงจังหวะดนตรีที่สนุกสนานแล้ว การที่เขาต้องพยายามควบคุมและมุ่งมั่นไม่ให้ห่วงหล่นนั้น เป็นการฝึกสมาธิให้กับลูกได้อย่างดีอีกทางหนึ่งด้วย  และการเล่นฮูลาฮูปยังช่วยเพิ่มระดับการหมุนเวียนของเลือดไปสู่สมอง ทำให้ลูกรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

 บทบาทสมมติ พัฒนาภาษาและการสื่อสาร

บ่อยครั้งที่คุณแม่เห็นลูกน้อยนั่งพูดกับตุ๊กตา ทำท่าป้อนข้าวป้อนน้ำให้ หรือทำท่าเป็นคุณหมอตรวจคุณแม่  เหล่านี้คือการเล่นบทบาทสมมติของลูก ซึ่งเป็นการเล่นที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก เป็นการเล่นที่เด็กชอบมาก เพราะสนุกสนาน ทั้งยังได้เป็นผู้กำหนดบทบาทของตนเอง เหมือนเขาสามารถสร้างโลกจินตนาการของเขาเอง
ถ้าคุณแม่ส่งเสริมให้ลูกได้เล่นบทบาทสมมติอย่างเหมาะสมจะช่วยพัฒนาการของลูกได้มาก เพราะการเล่นบทบาทสมมุติ ทำให้เด็กสามารถเชื่อมโยงจินตนาการของเขาเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เด็กได้ทราบและเข้าใจถึงบทบาทที่หลากหลายของตนเองและผู้อื่นในสถานการณ์ที่แตกต่างไป และได้ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาที่เด็กอาจประสบในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญได้พัฒนาภาษาให้ลูก
การเล่นบทบาทสมมุติเป็นการเล่นที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสื่อสาร บางครั้งลูกอาจจะพูดคนเดียว แต่ก็เป็นการพูดกับเพื่อนในจินตนาการ หรืออาจจะมีตัวละครที่เล่นด้วยกัน ก็จะทำให้มีการสื่อสารกันทั้งคำพูดและท่าทาง ซึ่งพ่อแม่สามารถสอดแทรกคำศัพท์ให้ลูกได้ด้วย จะทำให้ลูกมีคลังคำศัพท์เพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้ามีท่าทางประกอบจะยิ่งทำให้เด็กเรียนรู้ทักษะทาภาษาและสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น

ฉลาดด้านอารมณ์                      

กล่อมลูกอารมณ์ดีด้วยดนตรีไพเราะ

            เด็กที่อารมณ์ดีจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดี และสามารถจำสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่า นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าเด็กที่มีอารมณ์ดีจะมองโลกในแง่ดี สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม และมีความมั่นใจเชื่อมั่นในตนเอง ดังนั้น การส่งเสริมให้ลูกมีอารมณ์ดีและอารมณ์มั่นคงสม่ำเสมอ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของคุณแม่ที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
เพลงที่เปิดให้ลูกฟังควรมีทั้งท่วงทำนองและเนื้อร้องที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเพลงไทย หรือเพลงภาษาอังกฤษ ควรเปิดใจลองหาเพลงภาษาอื่นๆ ให้ลูกฟังด้วยค่ะ นอกจากลูกจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละชาติจากการฟังเพลงแล้ว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเคลื่อนสมองให้เกิดการจัดเรียงตัว และเกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างที่เรารู้กันดี
            นอกจากเสียงดนตรีที่จะทำให้ลูกอารมณ์ดีและไม่เครียดได้ เสียงร้องของคุณแม่ ก็มีประโยชน์ต่อลูกน้อยซึ่งไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้น  เพราะเสียงเพลงจากคุณแม่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ อารมณ์ลูก ทำให้ลูกอารมณ์ดี และมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้นค่ะ  

การกระตุ้นพัฒนาการ วัย 3 ปี 7 เดือน


ฉลาดเรียนรู้                  

เล่นเงา...พัฒนาสมองและการเรียนรู้

            พูดถึง “เงา” เด็กทุกคนจะตื่นเต้นกับการเกิดเงา เงาเป็นช่างสิ่งมหัศจรรย์ซะจริงๆ  เรามาใช้ประโยชน์จากความตื่นเต้นของเด็กที่มีต่อเงา ให้เขาได้เรียนรู้กันดีกว่าค่ะ
            คุณแม่ลองชวนลูกเล่นสนุกกับเงาจากสิ่งใกล้ตัว เช่น ใช้ 2 มือของเราเอง สร้างเงารูปต่างๆ กัน หรือไม่ก็ประดิษฐ์รูปหุ่นต่างๆ นำมาสร้างเป็นเงา แล้วชวนลูกเข้าหาผนัง ส่องไฟฉายไปที่หุ่นนั้น แล้วชวนลูกสร้างเรื่องราวจากเงาของหุ่นที่ปรากฏบนผนัง ลูกจะเรียนรู้ได้ว่าเงาเกิดขึ้นได้อย่างไร และเขาจะเริ่มคิดอย่างสร้างสรรค์ว่าควรทำมือแบบไหน เพื่อจะให้ออกมาเป็นเงารูปร่างต่างๆ กัน           
            การชวนลูกแต่งเรื่องราวจากเงาที่เห็นนั้น จะช่วยพัฒนาสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ เปิดจินตนาการ พัฒนาภาษาให้ลูกได้อย่างที่เราคาดไม่ถึงว่าสิ่งใกล้ตัวอย่าง “เงา” จะให้ได้มากมายขนาดนั้น
            นอกจากนี้ เพื่อพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้าน ในตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอนบ่าย ตอนเย็น คุณแม่สามารถชวนลูกสังเกตเงาของตัวเองว่าในแต่ละช่วงของวัน เงามีความแตกต่างกันอย่างไร และชวนกันหาคำตอบว่าเพราะอะไร จะช่วยเสริมสร้างความฉลาดเรียนรู้ได้ยิ่งขึ้นค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว            

สนุกตามจังหวะ เพิ่มทักษะการเคลื่อนไหว

                        การที่คุณแม่ส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬานั้นเป็นเรื่องดี แม้ลูกจะยังเด็กไม่อาจเล่นกีฬาอย่างจริงจังได้ แต่ก็ทำให้เขาได้ออกกำลังกาย อาจเริ่มต้นด้วยการให้ลูกออกกำลังกายตามจังหวะเสียงเพลง อาจเป็นในช่วงเช้าของทุกวัน ลองหาเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน ฟังแล้วกระตุ้นให้คึกคัก แล้วอาจให้คุณพ่อเป็นคนนำคิดท่าการออกกำลังกายเป็นคนแรก  โดยทำท่าให้เข้ากับจังหวะเสียงดนตรีที่ได้ยิน คนที่เหลือก็ทำตาม จากนั้นก็สลับกันให้คุณแม่เป็นผู้นำท่าออกกำลังกายบ้าง และท้ายสุดลองให้เจ้าตัวเล็กเป็นผู้คิดท่า แม้ว่าจะเป็นท่าตลกๆ ก็ควรทำตามนะคะ เขาจะได้ภูมิใจกับสิ่งที่เขานำเสนอ
นอกจากความสนุกสนานในการคิดท่าทางต่างๆ แล้ว การออกกำลังกายแบบนี้ ยังเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ลูกรู้สึกรักในการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายตามมาอีกด้วย การฟังเพลงก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ และยังช่วยพัฒนาความคิด พัฒนาสมาธิ ความจดจ่อ เพราะลูกต้องคิดท่าทางให้เข้ากับจังหวะของดนตรี เพราะหากไม่จดจ่อ เขาก็จะไม่สามารถทำท่าให้เข้ากับจังหวะได้
เด็กส่วนใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาตั้งแต่เล็กๆ นั้น มักจะเป็นเด็กที่มีอารมณ์แจ่มใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี รู้จักผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด ไม่เก็บตัว สามารถเข้ากับคนรอบข้างได้ดีค่ะ

ฉลาดสื่อสาร                 

เกมอะไรอยู่ในถุง...เพิ่มทักษะภาษาลูก

ชวนเล่นเกมฝึกทักษะด้านการสื่อสาร ท้าทายความจำด้านการสัมผัสของลูกกันค่ะ ด้วยอุปกรณ์ที่หาได้ในบ้าน คือ ถุงที่มีเชือกรูดปากถุง ผ้าเช็ดจาน และของเล่นที่ลูกโปรดปราน หรือผลไม้ต่างๆ จำนวน 3-5 ชิ้น
เริ่มต้นด้วยให้ลูกดูสิ่งของทีละชิ้น พร้อมทั้งบอกชื่อสิ่งของ จากนั้นปิดตาลูกแล้วเลือกของหนึ่งชิ้นใส่ในลูกสำรวจสิ่งของ ถ้าเขาไม่แน่ใจอาจจะเตือนความจำเกี่ยวกับสิ่งของ เช่นถามว่า “หนูคิดว่าใช่ลูกบอลหรือเปล่า” เมื่อลูกเดาถูกแล้ว เลือกสิ่งของชิ้นอื่นๆ และเล่นต่อไปจนลูกเดาสิ่งของได้ทั้งหมด
คุณแม่ควรเลือกสิ่งของที่มีรูปทรงและพื้นผิวต่างกัน โดยเฉพาะถ้าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขาด้วยล่ะก็ยิ่งจะทำเขาสนุกกับการเล่นครั้งนี้มากยิ่งขึ้น  ในครั้งแรกอาจเริ่มด้วยสิ่งของเพียง 3 ชิ้นก่อน แล้วจึงเพิ่มเป็น 5 ชิ้น ซึ่งควรเป็นของที่ลูกไม่คุ้นเคยด้วย ลูกจะได้เรียนร้สิ่งใหม่ๆ  กิจกรรมนี้จะทำให้ลูกได้ใช้ประสบการณ์การสัมผัส การสื่อสารด้วยคำพูดต่างๆ และได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ  เพราะคุณแม่จะต้องให้เขาพูดว่าสิ่งที่อยู่ในถุงนั้นคืออะไร ซึ่งจะทำให้ลูกรู้จักคิด และมีระบบความจำที่ดีขึ้นค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์                      

วาดรูป...วิธีระบายอารมณ์ของลูก

ศิลปะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กในทุกๆ ด้าน ช่วยบำบัดปัญหาต่างๆ และช่วยในการเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็กด้วย งานศิลปะง่ายๆ ที่ลูกน้อยสามารถทำได้ในวัยนี้ก็คือ การวาดรูป
การวาดรูปจะช่วยให้ลูกได้ระบายอารมณ์เครียด ความคับข้องใจลงไปในรูปภาพที่กำลังวาด ได้ระบายปัญหา ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นในใจผ่านออกมาทางงานศิลปะ ระบายอารมณ์ออกมาในหนทางที่สร้างสรรค์ ผ่านการวาดรูป ระบายสี จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ลดความขุ่นมัวในจิตใจ เข้าใจและรับรู้อารมณ์ต่างๆของตนเอง สามารถยับยั้งและควบคุมได้ดีขึ้น มีสมาธิ ลดความตึงเครียด และความวิตกกังวลลงได้ในที่สุด
เมื่อลูกได้ทำกิจกรรมศิลปะอยู่เสมอ จะช่วยให้เกิดความชำนาญ เกิดความคล่องในการคิดและมีจินตนาการในการแสดงออก การได้ระบายอารมณ์ ความรู้สึกของเด็กโดยการใช้นิ้วละเลงสีไปมา เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ของเด็ก นอกจากนั้น ยังทำให้เด็กได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นการฝึกนิสัยและทักษะทางสังคม ด้านอารมณ์ก็ช่วยสนองความต้องการการแสดงออก และทำให้เด็กมีอารมณ์มั่นคง มีความมั่นใจในตนเองค่ะ